บทความ » “ต้นยาง” ของ “คุณยาย”

“ต้นยาง” ของ “คุณยาย”

9 พฤษภาคม 2017
1242   0

 

        "ไอ้หำเอ๊ย…เอ็งเอาข้าวกับแกงหน่อไม้ไปให้แม่เอ็งที่นาดอนด้วย ไปรอยายที่ต้นยางนะลูก เดี๋ยวยายจะเอาควายไปกินหญ้าที่นาลุ่มก่อน" เสียงหญิงชราชื่อสียังคงก้องกังวานในหัวของผมตลอด โดยเฉพาะทุกครั้งที่ผมมองเห็นต้นยางริมถนน

              "ขอให้ผู้โดยสารไว้วางใจในการบริการของเราค่ะ" สิ้นเสียงพนักงานบริการบนรถโดยสารปรับอากาศลง ผู้โดยสารต่างพากันหาท่าหาทางที่ตนจะพักผ่อนให้สุขสบาย หลังจากเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานมาครึ่งปี บ้างอ่านหนังสือ บ้างฟังเพลง บ้างนอนหลับอย่างนิ่งสงบ แต่ผมกลับตื่นเต้นร้อนๆหนาวๆ หลังจากที่มาทำงานในเมืองกรุงหลายสิบปี จนได้ฤกษ์ที่จะกลับบ้านเกิดในวันหยุดยาว

           ตามรายทางมีสิ่งก่อสร้างมากมายให้ผมมองอย่างเพลิดเพลิน คล้ายกับเดินดูภาพจิตรกรรมที่มีเสียงดนตรีให้ฟังแบบเบาๆ แต่สายตาคู่นี้ของผมต้องสะดุดกับภาพๆหนึ่งซึ่งเป็นภาพต้นไม้ขนาดสูงใหญ่กลางทุ่งนา ที่เด่นตระหง่านอยู่ลำพัง นั่นคือต้นยางนา

           ต้นยางนาต้นนั้น ทำให้ความคิดของผมประมวลภาพในอดีตให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง คำพูดของยายสีในสมัยที่ผมยังเป็นเด็กดังก้องในหูเหมืองมีคนมากระซิบ   "ไอ้หำเอ๊ย…เอ็งเอาข้าวกับแกงหน่อไม้ไปให้แม่เอ็งที่นาดอนด้วย ไปรอยายที่ต้นยางนะลูก เดี๋ยวยายจะเอาควายไปกินหญ้าที่นาลุ่มก่อน" ยิ่งเห็นก็ยิ่งหวนรำลึกถึงครั้นสมัยขี่ควายไปนากับพ่อแม่ ริมฝีปากของผมจากที่ปิดสนิทคล้ายกับรูดซิบไว้ ค่อยๆแยกยิ้มอย่างมีความสุข

ขอบคุณภาพประกอบจาก thumhome.com

         ในช่วงฤดูเก็บเกี่ยวข้าวรวงสีทอง พ่อ แม่ และคนอื่นๆในครอบครัวต่างมีหน้าที่ของใครของมัน เว้นแต่ผมที่นอนเล่นอยู่บ้านอย่างไม่รู้ว่าคนอื่นไปไหนกันหมด บ้านเงียบคล้ายกับป่าช้า มีเพียงเสียงฟืนดังมาจากครัวและเสียงยายที่กำลังวุ่นกับการนึ่งข้าวและแกงหน่อไม้

         ดวงตะวันเริ่มจะตรงหัว ยายก็เรียกผมให้เอาข้าวกับแกงหน่อไม้ที่แม่ชอบ ไปให้ที่นาดอน โดยให้ผมออกไปรอยายที่ใต้ต้นยาง เดี๋ยวยาวเอาวัวไปกินหญ้าแล้วจะตามไปทีหลัง

         "ยายไปไหน! ยายทิ้งผม!" มือที่ว่างค่อยๆปาดน้ำตาเพื่อไม่ให้มันไหลเข้าปาก สายตาสอดส่องหายายว่าเมื่อไหร่จะมา รอนานจวนจะบ่าย ในที่สุดเสียงหญิงชราก็ดังมาจากข้างหลัง "ไอ้หำ…เอ็งมาทำอะไรตรงนี้วะ ยายให้เอ็งไปรอใต้ต้นยางโน้น ไม่ใช่ต้นนี้ นี่มันนาตาละเขา" ผมจึงเกิดคำถามว่า ผมจะรู้ไหมล่ะยายว่าต้นยางต้นไหน มองไปทางไหนก็มีแต่ต้นยาง

         ตกดึกยายเรียกให้ผมไปตำหมากซึ่งเป็นปกติ ด้วยความสงสัยจึงเอ่ยคำถามที่ครุ่นคิดมาทั้งวันว่า "ยายสี…ทำไมต้นยางที่นาดอนมีเยอะจังเลยล่ะยาย" หญิงชราไม่รอช้า หยิบหมากที่หลานชายตำมาเคี้ยว พร้อมเล่าให้หลานชายฟังเหมือนเล่านิทานกล่อมให้เด็กนอนหลับ

         "ยายจะเล่าให้เอ็งฟัง ต้นยางที่เอ็งเห็น เกิดก่อนเอ็งทั้งนั้น หมู่บ้านเราแต่ก่อนปลูกเอาไว้เพื่อทำฟืนและถ่าน ตาเอ็งก็เอาน้ำมันมาผสมชันยาเรือ ตอนที่แม่เอ็งเป็นแผล เป็นหนอง ยายก็เอาต้นยางนี่แหละมาเป็นยา พอท้องเสียท้องร่วง ยายก็เอาแก่นของมันมาต้มยา เอ็งจำตอนที่เอ็งปวดฟันได้ไหม เอ็งชอบกินแต่ของหวานจนแมงมันกินฟันเอ็ง ยายก็เอาต้นยางนี่แหละมาเป็นยาให้เอ็ง" พูดเสร็จยายก็บ้วนน้ำหมากทิ้ง เหมือนกับจะจบ แต่ตรงกันข้าม

ขอบคุณภาพประกอบจาก takuyak.com

         "ดีนะที่เอ็งเกิดทันได้เห็นต้นยาง แต่ก่อนนั้นมีเยอะกว่านี้ บางต้นสูงสุดลูกหูลูกตา บ้างต้นใหญ่สิบคนโอบ แต่เดี๋ยวนี้เหรอ หายาก บ้านอื่นเขาตัดทิ้งกันหมดแล้ว เหลือแต่ที่นาดอนที่แหละ ที่ไม่มีใครตัดไปทำฟืนทำถ่าน พวกที่เป็นนายเขาห้ามตัดไม่งั้นโดนจับ ข้าว่ามันน่าขำ (หัวเราะ) ชาวบ้านเราเขาอยู่มาหลายสิบปี เขาก็ไม่เคยตัดทิ้งขว้างเหมือนคนสมัยนี้ แต่ก่อนนั้นจะทำอะไรต้องขอขมา แล้วก็ไปเอาเหง้ามาปลูกแทนกัน" เสียงยายเงียบหายไปสักพักหนึ่ง "ยิ่งพูดก็ยิ่งคิดถึงตาเอ็งเนอะ ไป! ไปนอนได้แล้ว เป็นเด็กเป็นเล็กนอนดึกไม่ดี ผีจะมากินตับนะ ข้าไม่ช่วยเอ็งนะเว้ย" ผมก็วิ่งเข้าไปนอนอย่างรวดเร็ว

         "ขอโทษนะคะ ต้องการรับผ้าห่มไหมคะ" เสียงพนักงานถามผมพร้อมปลุกให้ตื่นจากอดีตที่มีแต่ความสุข ความทรงจำ ผมพลิกข้อมือดูนาฬิกานับเวลาถอยหลัง อีกหลายชั่วโมงกว่าจะถึงบ้านเกิด ทำไมเวลามันเดินช้าจังเลย…ผมเอนตัวนอนบนรถโดยสารปรับอากาศเพื่อจะหลับและเตรียมตัวพบหน้าตาของยายสี แม่ และพ่อผู้เป็นที่รักของผมในรุ่งเช้าที่จะถึง…ราตรีสวัสดิ์

เรื่องโดย สิงห์คันคลอง

แสดงความคิดเห็น

comments