บทความ » ลูกชาย หลานชาย ตำแหน่งและหน้าที่ที่ทุกข์แต่สุข

ลูกชาย หลานชาย ตำแหน่งและหน้าที่ที่ทุกข์แต่สุข

12 พฤษภาคม 2017
1313   0

          "คลิก คลิก!" เสียงนิ้วชี้คลิกเม้าส์เพื่อหารูปในคอมพิวเตอร์เพื่อมาประกอบรายงาน…สิบรูปก็แล้ว…ยี่สิบรูปก็แล้ว…ฉันก็ไม่มีความรู้สึกว่ารูปไหนเหมาะสมเลย จนฉันมาสะดุดที่รูปฉันถ่ายคู่กับยายซึ่งไม่ได้เกี่ยวกับเนื้อหารายงานแต่อย่างใด แต่ฉันรู้สึกว่าในร่างกายฉันเหมือนกับไม่มีความเคลื่อนไหว หากแต่มีเพียงน้ำที่ค่อยๆไหลออกจากตาคล้ายคอยย้ำเตือน ตอกย้ำว่า ฉันคือ "หลานชายและลูกชายที่บกพร่องในหน้าที่"

          ตั้งแต่ฉันเกิดมา ฉันมีหลายคนที่คอยดูแล เลี้ยงดูเวลาที่แม่ต้องออกไปสอนหนังสือ ทุกคนใจดีต่อฉัน ยกเว้นเพียงหญิงชราคนหนึ่ง เธอชื่อ สี เธอเป็นยายของฉัน ฉันสงสัยตลอดเวลาว่าทำไหมยายไม่รักฉันเหมือนคนอื่น ถือไม้ไล่ตีฉัน แกล้งเป็นผีมาหลอกฉัน แต่ที่น่ากลัวคือเอาน้ำหมากมาป้ายแขน จวบจนกระทั่งฉันโต โต โต จึงได้รู้เหตุผลหลายๆอย่างว่าที่ทำนั้นเพราะ…รัก

          ฉันเข้ามาเรียนในตัวจังหวัดตั้งแต่ ป.6 ฉันต้องห่างทั้ง พ่อแม่ และยาย แต่ทุกสัปดาห์หรือทุกเดือน ฉันก็ต้องกลับไปเยี่ยมยาย ยายชอบฟังเรื่องของฉันที่เกี่ยวกับการเรียน การไปแข่งขังต่างๆนาๆ รอยยิ้มที่เหี่ยวย่นทำให้ฉันอดคิดถึงไม่ได้เลย นี่คือเหตุผลว่าทำไมฉันต้องกลับไปทั้งๆที่พ่อและแม่มาหาฉันแทบทุกวันเสาร์อาทิตย์

          ในตอนที่ฉันเรียน ม.6 ซึ่งเป็นช่วงที่ฉันจะต้องสร้างฝันของฉันให้เป็นจริงให้ได้ในการเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัย แต่ความเครียดก็มีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะพ่อแม่ไม่อยากให้ฉันเรียนในสิ่งที่ฉันรักนั่นคือการแสดง ก่อนที่ฉันตัดสินใจจะบอกว่าฉันจะสมัครนั้น ฉันก็กลับบ้านไปหายายเพื่อเล่าเรื่องต่างๆเช่นเคย แต่ก็หนีไม่พ้นความทุกข์ในใจ ซึ่งฉันก็รู้ว่าเล่าไปก็ไม่ได้ทำให้ฉันได้เรียน แต่อย่างน้อยยายไม่เคยรังเกียจความคิดฉัน ยายกลับชื่นชมเสียอีก จนในวันสมัครวันสุดสท้าย ฉันไม่รู้ว่าเหตุอะไรที่ทำให้พ่อกับแม่ต้องไล่ฉันรีบส่งใบสมัคร…จนวันนี้ฉันก็ยังหาคำตอบไม่ได้

          หนังสือหลายสิบเล่มกองอยู่ข้างหน้า ฉันขยันอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน กำลังใจพร้อม กำลังกายก็พร้อม แต่สิ่งที่ทำให้ฉันต้องชะงักคือเสียงโทรศัพท์จากทางบ้านที่บอกว่ายายเข้าโรงพยาบาล ฉันมีโอกาศไปเยี่ยมแค่ครั้งเดียว ซึ่งในวันนั้นนอาการของยายค่อนข้างทรุด ฉันทำได้เพียงนั่งเล่าถึงความมุ่งมั่นของฉัน ความเหนื่อยล้าของฉัน และเหตุการณ์ที่ฉันพบเจอในชีวิตประจำวัน ฉันไม่รู้ว่ายายได้ยินหรือเปล่า แต่อย่างน้อยฉันคิดว่ายายรับรู้

          ในช่วงที่ยายยังคงรักษาตัวอยู่ซึ่งก็ไม่มีทีท่าจะดีขึ้น ฉันก็ได้โทรไปบอกแม่และฝากบอกยายว่าฉันสอบผ่าน รอสัมภาษณ์ในสี่วันข้างหน้า ฉันหวังแค่ว่าสิ่งที่ฉันบอกนั้นจะเป็นปาฎิหาริย์ที่ทำให้ยายสามารถหายจากการป่วยได้ ไม่มียาใดที่จะดีเท่ากับกำลังใจ ฉันจึงทุ่มเทกับการเตรียมเอกสารและเตรียมการแสดง จนฉันไม่มีเวลาจะผักผ่อน ความมั่นใจของฉันมีมากขึ้น สายตาและร่างกายของฉันไม่ต้องการจะละออกจากบทที่ฉันเตรียมและการแสดงที่ฉันซ้อม ฉันบอกกับตัวเองว่าต้องทำได้ และสิ่งที่ฉันทำอาจจะเป็นยาวิเศษที่ดีที่สุดก็เป็นได้

          "เออ…ลูก…เตรียมกลับบ้านนะ ยายเสียแล้ว แม่กำลังพายายกลับบ้าน" เสียงแม่ที่โทรศัพท์มาบอกฉัน ทำให้ถึงกับล้มทั้งยืน ฉันไม่คิดว่าจะเร็วขนาดนี้ ความฝันฉันเหมือนจะสลาย สิ่งที่ทำมาทั้งหมดเหมือนกับโดนไฟเผาไปต่อหน้าต่อตา ฉันทำได้เพียงเดินทางกลับไปบ้านให้เร็วที่สุดเท่าที่คนๆนึงจะทำได้ เมื่อฉันเห็นร่างที่ไร้วิญญาณของยาย เรี่ยวแรงของฉันไม่มี ได้แต่บอกกับตัวเองว่า อย่างทิ้งความฝัน ตามที่ยายเคยบอกไว้ ยายจะมีความสุขในเมื่อเห็นหลานมีความสุข

          ในวันสุดท้ายที่ร่างยายต้องสลายไปนั้น เป็นวันที่ฉันต้องสอบสัมภาษณ์ ฉันทำเต็มที่โดยมีสร้อยคอของยายพกไว้ในกระเป๋าเสื้อเพื่อเป็นกำลังใจให้ฉัน และเหมือนกันว่ายายกำลังดูฉันอยู่ เมื่อเสร็จจาการสัมภาษณ์ฉันก็รีบกลับมาเพื่อส่งยายเป็นครั้งสุดท้าย หลายสายตามองฉันและทักฉันว่า ทำไมไม่บวช ไม่อยากส่งยายไปสวรรค์เหรอ? คำถามเหล่านั้นทำให้ฉันรู้สึกผิด แต่ฉันกลับไม่เชื่อตามที่เขาพูด ฉันเชื่อที่ยายเคยพูดกับฉันมากกว่า "ถ้าหลานมีความสุข ยายก็มีความสุข" แต่ในสายตาคนอื่นนั้น ฉันก็คงไม่ต่างจากคนเลวคนหนึ่ง

          ของขวัญสำหรับยายในวันที่ไม่อยู่แล้วนั้น คือผลประกาศที่ยายรอคอย ฉันปักธูปพร้อมกับน้ำตา และบอกยายว่า ฉันสามารถสอบผ่าน หากยายรับรู้ได้คงดีใจไม่น้อย แต่ฉันก็อดคิดถึงความรู้สึกของพ่อแม่ไม่ได้ เมื่อคุยและตกลงกันแล้ว ฉันจำเป็นต้องถอนตัวจากสาขาที่ฉันรัก เพื่อเรียนในสาขาที่ทำให้พ่อแม่มีความสุข มันอาจจะตรงกันข้ามแต่ความสุขของฉันคือเห็นคนที่ฉันรักยิ้ม…นี่คือกำลังใจที่ทำให้ฉันฝ่าฟันจนมาถึงทุกวันนี้

สิงห์คันคลอง

แสดงความคิดเห็น

comments